ทุกวันนี้คาราเต้ถูกแบ่งออกเป็นหลายจำพวก คาราเต้กลุ่มใหญ่ที่สุดก็คงเป็น 4 สำนักใหญ่ ได้แก่ โชโตคัน โกจูริว วาโดริว และชิโตริว
สี่สำนักใหญ่ได้ร่วมกันสร้างกติการขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งร่วมกัน ดังนั้น ในการแข่งกีฬาคาราเต้ จึงถูกเรียกว่า คาราเต้-โด เหตุที่เพิ่มคำว่าโดขึ้นมาเพื่อหวังจะพัฒนาให้เป็นกีฬา โดยใส่เรื่องของคุณธรรม จริยธรรมให้ชัดเจนขึ้น คือหวังให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคาราเต้เองก็ไม่เคยละเลยเรื่องเหล่านี้มาก่อน
แต่จากการที่จัดให้เป็นกีฬา ก็กลายเป็นดาบสองคม ทำให้คาราเต้ดูเหมือนจะอ่อนลงไป (ในสายตาคนภายนอก) มีบางคนเอาไปเปรียบเทียบกับคาราเต้สายเคียวกุชิน ว่าทางสายเคียวกุชินรุนแรงกว่า สะใจกว่า เพราะทางเคียวกุชินจะเป็นลักษณะของฟูลคอนแท็ค คาราเต้ คือต่อยกันแบบโดนตัว
แล้ว 4 สำนักใหญ่ ไม่มีการสัมผัสตัวหรือ นี่คือคำถาม
จริงๆ แล้วเราฝึกกันโดนตัวครับ ต่อยกันโดนจริงๆ แต่บางครั้ง ไม่ได้แตะโดนตัวอาจจะเพราะเกรงใจกัน หรือบางทีจับคู่กับสายต่ำกว่า หรือเด็กก็ เราก็จะยั้งๆ ให้ การเตะหรือต่อยแบบโดนตัวกันมีข้อดีครับ
คือ
เราจะได้รู้น้ำหนักหมัดตัวเอง
เราจะได้รู้ระยะการเข้าถึงของตัวเอง
เราจะได้รู้ว่าความรู้สึกเวลาหมัดหรือเท้าสัมผัสคู่ต่อสู้เป็นอย่างไร
และเวลาเราโดนอีกฝ่ายโจมตี เราจะได้รู้ว่าเวลาเราต่อยคนอื่น เขาก็เจ็บแบบนี้เหมือนกัน
ผมจะไม่ค่อยชอบเวลามีคนมาถามว่าสู้ในการแข่งขันทำไมต้องใส่เกราะ ทำไมต้องใส่ฟันยาง มันอึดอัด ต้องบอกก่อนว่านี่คือกีฬาครับ กีฬาก็ย่อมมีกติกา และกีฬาก็ย่อมมีจุดประสงค์ของมัน เราสู้กันแบบแค่รู้แพ้รู้ชนะ สู้กันแบบมีน้ำใจ ถ้าต้องการแบบไม่มีกติกา ขอแนะนำให้ไปต่อยกับจิ๊โก๋ หรืออันธพาลครับ หาได้ไม่ยากครับ
ใจเขาใจเรานะครับ เราต่อยเขาเจ็บได้ เขาก็ต่อยเราเจ็บได้ ก้อนเนื้อเหมือนกัน
โอ้ว...กีฬามากแมนอย่างหนึ่งที่ชอบ ผุ้ชายเล่น แล้วเท่ห์ ผู้หญิงก็ เท่ห์