2006/Sep/04

ทุกวันนี้คาราเต้ถูกแบ่งออกเป็นหลายจำพวก คาราเต้กลุ่มใหญ่ที่สุดก็คงเป็น 4 สำนักใหญ่ ได้แก่ โชโตคัน โกจูริว วาโดริว และชิโตริว

สี่สำนักใหญ่ได้ร่วมกันสร้างกติการขึ้นมาเพื่อใช้ในการแข่งร่วมกัน ดังนั้น ในการแข่งกีฬาคาราเต้ จึงถูกเรียกว่า คาราเต้-โด เหตุที่เพิ่มคำว่าโดขึ้นมาเพื่อหวังจะพัฒนาให้เป็นกีฬา โดยใส่เรื่องของคุณธรรม จริยธรรมให้ชัดเจนขึ้น คือหวังให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วคาราเต้เองก็ไม่เคยละเลยเรื่องเหล่านี้มาก่อน

แต่จากการที่จัดให้เป็นกีฬา ก็กลายเป็นดาบสองคม ทำให้คาราเต้ดูเหมือนจะอ่อนลงไป (ในสายตาคนภายนอก) มีบางคนเอาไปเปรียบเทียบกับคาราเต้สายเคียวกุชิน ว่าทางสายเคียวกุชินรุนแรงกว่า สะใจกว่า เพราะทางเคียวกุชินจะเป็นลักษณะของฟูลคอนแท็ค คาราเต้ คือต่อยกันแบบโดนตัว

แล้ว 4 สำนักใหญ่ ไม่มีการสัมผัสตัวหรือ นี่คือคำถาม

จริงๆ แล้วเราฝึกกันโดนตัวครับ ต่อยกันโดนจริงๆ แต่บางครั้ง ไม่ได้แตะโดนตัวอาจจะเพราะเกรงใจกัน หรือบางทีจับคู่กับสายต่ำกว่า หรือเด็กก็ เราก็จะยั้งๆ ให้ การเตะหรือต่อยแบบโดนตัวกันมีข้อดีครับ

คือ

เราจะได้รู้น้ำหนักหมัดตัวเอง
เราจะได้รู้ระยะการเข้าถึงของตัวเอง
เราจะได้รู้ว่าความรู้สึกเวลาหมัดหรือเท้าสัมผัสคู่ต่อสู้เป็นอย่างไร
และเวลาเราโดนอีกฝ่ายโจมตี เราจะได้รู้ว่าเวลาเราต่อยคนอื่น เขาก็เจ็บแบบนี้เหมือนกัน

ผมจะไม่ค่อยชอบเวลามีคนมาถามว่าสู้ในการแข่งขันทำไมต้องใส่เกราะ ทำไมต้องใส่ฟันยาง มันอึดอัด ต้องบอกก่อนว่านี่คือกีฬาครับ กีฬาก็ย่อมมีกติกา และกีฬาก็ย่อมมีจุดประสงค์ของมัน เราสู้กันแบบแค่รู้แพ้รู้ชนะ สู้กันแบบมีน้ำใจ ถ้าต้องการแบบไม่มีกติกา ขอแนะนำให้ไปต่อยกับจิ๊โก๋ หรืออันธพาลครับ หาได้ไม่ยากครับ

ใจเขาใจเรานะครับ เราต่อยเขาเจ็บได้ เขาก็ต่อยเราเจ็บได้ ก้อนเนื้อเหมือนกัน

Comment

Comment:

Tweet



เพิ่มเติม

http://www.ngcasia.com/

ตัวอย่างคลิป

http://www.ngcasia.com/watch/show_video.aspx?id_video=17
#10 by oilstory At 2006-10-02 00:00,


Fight Science


สุดยอดวิชาศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่เราได้พบเห็นจากภาพยนตร์บ่อยๆ นั้น มีต้นกำเนิดจากวิหารเร้นลับในเอเชีย ครั้งหนึ่งเคยใช้เป็นอาวุธสำคัญในการทำสงครามยุคโบราณ และขณะนี้กำลังได้รับความนิยมในแวดวงภาพยนตร์ฮอลลีวูด นับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้แบบจำลองจากคอมพิวเตอร์และกล้องอินฟาเรดเพื่อช่วยให้วิศวกรสามารถคำนวณความแรงของพลังทะลุทะลวงซึ่งเกิดจากหลักทางกายภาพและสรีรศาสตร์อันน่าทึ่ง การประลองครั้งนี้เริ่มจากผู้เชี่ยวชาญในการศิลปะการต่อสู้แขนงต่างๆ มาสาธิตให้เห็นพลังของการต่อยมวยและคาราเต้ ความว่องไวของการต่อสู้แบบกังฟู และเทควันโด และการต่อสู้ที่ทำให้ร่างกายเจ็บปวดได้อย่างแบบมวยไทย หรือแม้แต่ความเร็วสังหารแบบนิจิซึ นักสู้ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบอาวุธลับของพวกเขา แล้วปริศนาทั้งหมดก็กระจ่างเมื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยวัดความสามารถของผู้เชี่ยวชาญในการต่อสู้แต่ละรูปแบบได้อย่างถูกต้องว่าพวกเขาสามารถทำร้ายร่างกายมนุษย์ให้ได้รับความเจ็บปวดมากน้อยเพียงใด ในที่สุดท่วงทำนองของสุดยอดศิลปะการต่อสู้ก็ถูกเปิดเผยอย่างหมดเปลือก และผู้ที่ไขปริศนานี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก วิทยาศาสตร์

http://www.ngthai.com/ngc/watch/program_details.asp?id_program=6513

ตารางเวลา NGC (UBC24)

http://www.ngthai.com/ngc/watch/serie_details.asp?seriesid=327


#9 by oilstory At 2006-10-01 23:50,
อัพบล๊อคม่างนะ ดองซะนานเชียว

#8 by Mayzy (203.118.124.137) At 2006-09-14 01:47,
#7 by Mayzy (203.118.124.137) At 2006-09-14 01:46,
ยังไม่ได้ซื้อฟันยางเลยหล่ะ
55555555555555555555555
จะแข่งอยู่แล้วแต่เมย์รู้สึกว่าตัวเองไม่พร้อมเลย เครียดอะโนบิ อยากฝึกเบสิคไหม่หมดเลย
#6 by Mayzy (210.86.130.117) At 2006-09-10 17:38,
แล้วไอ้การใส่เกราะเนี่ยไม่มีผลต่อการขยับเขยื้อน ร่างกายเลยเหรอคะ
#5 by poor25hr. At 2006-09-05 19:28,
โอ้ว...กีฬามากแมนอย่างหนึ่งที่ชอบ ผุ้ชายเล่น แล้วเท่ห์ ผู้หญิงก็ เท่ห์

คาราเต้ไม่เคย สัมผัส เคย เรียน อาคิโด้ ...แต่มทันก็ เหมือนๆ กันใช่ป่ะคะ ....

เคยเรียน สมัย เป็นนักเรียน ม.ปลาย เตะขาเพื่อน ที่เค้าผอมกว่าเรา เตะตั้งหลายครั้งไงก้ไม้ล้ม . . .เพื่อนเตะเราทีเดียวตอนเผลอ ล้มป๊าบบ กะเบาะรอง เพ่อนเฮกันทั้งห้องเลย .... มันบอกว่า ช้างล้ม 5 55
#4 by ☺ J a i k O ☺ At 2006-09-05 18:38,
ก็ไม่ได้กะจะฆ่ากัน มันเป็นกีฬา
( แต่เรื่องป้องกันตัวก็อีกกรณีหนึ่ง )
ซึ่งผมเห็นด้วยครับ ดูเกะกะก็จริง...
แต่ก็ช่วยป้องกันการบาดเจ็บของทั้งสองฝ่าย
#3 by mondaytakeshi At 2006-09-04 17:20,
อือ
.............................
แล้วพี่ลงแข่งกะเขาป่าวละ
.............................
วันที่15 ไปป่าว
#2 by pjuneja At 2006-09-04 11:25,
^^

#1 by oilstory At 2006-09-04 01:42,