Karate

นอนไม่หลับ

ตื่นมานั่งรื้อแผ่นซีดี ...เออ มีอันเก่าๆ เยอะแฮะ นั่งจัดการอิมพอร์ตลงน้องไอพอดสุดรัก ...แล้วก็นั่งฟังเพลง ...เวรจริงๆ ไม่มีไรทำจริงๆ หรือเนี่ย

ว่าจะไปวิ่งสวนลุมตอนเช้า ก็คงไม่ได้ไปอีก เพราะเดี๋ยวพอเช้า ก็เริ่มง่วง เป็นแบบนี้มาสองสามอาทิตย์แล้ว ว่าจะพยายามเปลี่ยนเวลา ก็ว่าจะว่าจะมาสองสามอาทิตย์นั่นล่ะ ..เปล่าๆ ไม่ใช่เด็กนอก ไม่เคยไปเรียนเมืองนอก เลยไม่ชินกับเวลา แต่เป็นเพราะทำงานดึกๆ จนชิน

ไว้เดี๋ยวเรียนรู้วิธีใช้ blog ก่อน คงทำอะไรได้มากขึ้น

ตื่นเต้นแฮะ ไม่เคยเขียนอะไรในที่สาธารณรัฐะ ปกติเขียน blog ของตัวเองมีอ่านกันสองสามคน เหะเหะ

ไปแระ เขิน


edit @ 2005/08/01 03:58:23
edit @ 2005/08/01 03:58:45

เย็นนี้ ที่โดโจร่วมฤดี จะมีเซนเซจากโอกินาว่า 6 ท่านมาร่วมฝึกซ้อม ไว้ถ่ายรูปแล้วจะเอามาลงอีกที ไม่รู้จะซ้อมอะไรแฮะ ร่างกายก็พิการๆ อยู่ นิ้วซ้น สองข้างเลย ขาก็ข้ำ กล้ามเนื้ออักเสบ ลำตัวก็ช้ำ นิ้วโป้งเท้าก็หนังฉีกเพิ่มอีก ...ใครว่าออกกำลังแล้วจะแข็งแรง นี่บาดเจ็บเพิ่มเรื่อยๆ วันละแผล ...แต่ชอบแฮะ ฮ่าๆๆๆ สนุกดี พี่น้องคร้าบบ อย่าต่อยผมแรงสิคร้าบบบ เจ็บคร้าบบบ รอดูรูปตอนดึกๆ ละกัน ^^


ไปถึงโดโจร่วมฤดี ก็เปลี่ยนชุดซ้อม วอร์มๆ กันก่อน รอเซนเซจากโอกินาว่า สักพัก เซนเซก็มาถึง หากเอาอายุเซนเซญี่ปุ่นรวมๆ กัน ก็น่าจะสัก 300-400 ปีได้มั๊ง เซนเซใส่สายขาวมากัน เพราะว่า เป็นคาราเต้คนละสไตล์กัน ของเขาเป็น คาราเต้สายโอกินาว่า โคบูโด ของเราเป็น โกจูริวคาราเต้ แต่ก็ถือว่ามีต้นกำเนิดจากที่เดียวกัน เขาเลยให้เกียรติกับทางโดโจด้วยการใส่สายขาวมาร่วมซ้อม


บรรดาเซนเซจากโอกินาว่า


ถ่ายรูปร่วมกัน - - โดน โนริโกะบังเต็มๆหน้า เลย

สไตล์การต่อสู้และการฝึกของโอกินาว่าจะเป็นแบบประเพณีโบราณมากๆ เน้นความแข็งแกร่งของร่างกายและฝึกเพื่อป้องกันตัวจริงๆ ไม่ได้มีไว้ต่อสู้ ดูจากการที่เซนเซสอนแล้ว สังเกตได้จากการตั้งการ์ด และการเข้ากระทำ จะเน้นที่ฟูลคอนแท็ค คือโดนตัวจริงๆ ดังปั่กๆๆๆ สยองๆ - -" แต่ปกติที่ซ้อมอยู่ทุกวันก็โดนตัวจริงๆ นะเว้นแต่จับคู่สู้กับเด็กๆ ...ดูจากการซ้อมแล้ว น่าหยอดกระปุกเป็นค่าตัวเครื่องบินไปโอกินาว่าจริงๆ เห็นอายุมากๆ แต่ความแข็งแกร่งนี่ยังต้องอาย

คาราเต้ในเมืองไทยยังไงก็คงต้องเน้นที่กีฬาก่อน เพราะคงหาคนฝึกเพื่อเป็น นักคาราเต้จริงๆ ยาก นอกจากพวกฝึกเพื่อกีฬาจนเบื่อแล้ว ถึงเปลี่ยนสไตล์มาเป็นการป้องกันตัว สำหรับตัวผมเองคงไม่เน้นกีฬา แต่เน้นออกกำลังกับป้องกันตัวดีกว่า

เกร็ดเล็กน้อย
การต่อสู้ของคาราเต้โดยทั่วไปเรียกว่า คูมิเต้ ..ในการแข่งขันนั้นจะเป็นแบบ Take a point คือเก็บแต้ม ฉะนั้นเราจะเห็นนักกีฬาเข้าไปทำแต้ม คือต่อย เตะ แล้วก็จะรีบถอยเพราะเกรงจะโดนทำแต้มกลับ อันนี้คือปกติทั่วไป

แต่การต่อสู้จริงๆ โดยเฉพาะเวลาสอบสายของคาราเต้ เราจะเรียกว่า Jiu Kumite (จิยูคูมิเต้ หรือ จิวคูมิเต้) เป็นการต่อสู้แบบสตรีทไฟท์ เน้นที่การป้องกันตัว การตั้งการ์ด, การเข้าทำร้ายคู่ต่อสู้จะไม่เหมือนกีฬา คือจะเข้าทำร้ายแบบต่อเนื่อง ไม่มีถอยหลัง ทุ่มได้ก็ทุ่ม จิกผมได้ก็จิก คว้าเสื้อได้ก็คว้า จับขาได้จับหักแม่มมเลย เอ้ยเปล่าๆ คือทำอะไรก็ได้ แต่ในการฝึกซ้อมและสอบสาย จะไม่ทำอันตรายแบบรุนแรง เพราะถือว่าเราต้องฝึกจิตใจตัวเองด้วย ให้คุมอารมณ์และคุมอาวุธตัวเองให้ได้

ไว้เด๋วเอารูปมาเพิ่ม ...รูปใหญ่แฮะ เปลืองที่ ไว้ย่อทีหลัง
edit @ 2005/08/03 14:15:15

การออกกำลังกายมีผลต่อสภาพจิตใจ ...เอาวะ อย่างน้อยก็ไม่ฟุ้งซ่าน ทีนี้ ก็ขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมาย ว่าจะออกกำลังกายเพื่ออะไร เพื่อเผาผลาญไขมัน เพื่อกล้ามเนื้อ เพื่อสุขภาพ เพื่อดูหญิง เพื่อๆๆๆๆ วันนี้ ขอเสนอ การออกกำลังกายเพื่อความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อ ผ่านการพิสูจน์มาแล้ว เพราะผมเองก็หยุดออกกำลังกายไป 4 เดือนเต็มๆ กลับมาซ้อมอีกทีก็คิดว่าคงนานเลย กว่าร่างกายจะฟิตเหมือนเดิม แต่ทดลอง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ปรากฏว่า ภายใน สองอาทิตย์ ก็ดีขึ้น และภายใน2 เดือน ร่างกายกลับดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ผอมลง และฟิตขึ้น อะโจ้วววว!!!!

บทที่1 วิดพื้น (แบบคาราเต้)
- กำหมัดวิดพื้นนะครับ เป็นบทเรียนแรก ที่สายขาวต้องเจอเลย สมัยเรียนมัธยมต้น ตอนนั้นก็สายขาว โดนวิดวันนึงไม่รู้กี่สิบ ทำได้บ้างไม่ได้บ้าง ก็กล้อมแกล้มไป ..การวิดพื้นแบบกำหมัด จุดที่หน้าหมัดสัมผัสกับพื้น มีแค่สองจุด คือปุ่มตรงสันหมัดของนิ้วชี้กับนิ้วกลาง ต้องฝึกจนเอ็นตรงนี้ด้าน เพราะเวลาต่อย เราก็ใช้แค่สองจุดนี้อัดใส่คู่ต่อสู้ ดูรูปประกอบ

- วิดพื้นแบบ กางแขน เป็นการฝึกแขนและหน้าอก แต่อันตรายนิดนึง ฝึกแรกๆ ไม่ควรฝืน เดี๋ยวหน้าแหก

- วิดพื้นแบบสองมือประสาน ท่านี้กางขาออกกว้างนิดนึงครับ สองมือประสานให้ตำแหน่งที่กดตัวลงไปแล้วมือต้องอยู่ประมาณหน้าอก สองมือประสานกันครับ แรกๆ ยากหน่อย แต่ทำแล้วแข็งแรงแน่นอน

*ข้อสังเกตในการวิดพื้น เมื่อย่อแขนและตัวลงไปจะต้องหายใจออก เมื่อดันพื้นขึ้นมาให้หายใจเข้า

บทที่ 2 กล้ามเนื้อน่อง

2.1 ง่ายมากยืนตัวตรงๆ
2.2 ยกส้นเท้าขึ้นสองข้าง จะเหมือนยืนเขย่งขา
2.3 เอาส้นเท้าลง แต่ห้ามแตะพื้น แล้วเขย่งขาอีกครั้ง
2.4 ทำซ้ำๆ ไป วันแรกอาจจะ 30 ที รับรอง เมื่อยสุดๆ ทำให้ได้อย่างน้อยวันละ 50 รับรองแรกๆ นรกกินเลยล่ะ

บทที่ 3 ซิทอัพ

อันนี้อ่านมาหลายบทความ บางอันบอกว่า การซิทอัพ ไม่ช่วยให้หน้าท้องลด ทีแรกก็เชื่อ แต่...ไม่น่าจะจริง เพราะลองไม่ซิทอัพแต่ก็ไปวิ่งเป็นปรกติ ที่สวนลุม วันละรอบสองรอบ หนึ่งรอบสวนลุมก็ 2.5 กิโลเมตร ก็ไม่เห็นน้ำหนักจะลดเลย ก็เลยลองกลับมาวิธีเดิม ซิทอัพได้ไม่ถึงอาทิตย์เห็นผลทันตา ...มาซิทอัพอย่างถูกวิธีกันเหอะ

3.1 หาเบาะปูพื้นนิ่มๆ หน่อย ไม่งั้นเจ็บหลัง
3.2 นอนราบ ยกเข่าตั้งขึ้น อาจจะหาใครก็ได้มาจับเท้าไว้ กันเลื่อน ถ้าได้แฟนจับยิ่งดี จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเรากับแฟนแนบแน่นยิ่งขึ้น
3.3 มือสองข้างประสานตรงหน้าอก หรือวางไว้ข้างหู หรือกอดอกหลวมๆ ก็ได้ แต่ห้ามประสานท้ายทอย
3.4 ยกตัวขึ้น ช่วงนี้ให้หายใจออก เอาตัวลง หายใจเข้า ทดสอบได้ด้วยการเอานิ้วจิ้มๆ หน้าท้องเวลายกตัวขึ้น ว่าท้องแข็งหรือไม่ ถ้าแข็งแสดงว่าถูกท้อง วันละ 10-20 ทีก็ได้ แต่ให้ดีน่าจะ 20 นะ

*** ถ้าใครซิทอัพแล้วเจ็บหลัง ให้เปลี่ยนวิธีครับ ดังนี้
_นอนราบกับพื้น มือแนบไปกับลำตัวราบไปกับพื้น (บางคนอาจจะกางออกนิดๆ ได้เพื่อรักษาสมดุลย์)
_ค่อยๆ ยกขาขึ้นให้ตั้งฉากกับพื้น หายใจเข้า
_ค่อยๆ วางขาลง หายใจออก แต่อย่าให้ขาแตะพื้น
_ทำซ้ำขั้นตอนแรก ทุกขั้นตอน ให้ทำอย่างช้าๆๆ
_เมื่อชำนาญแล้ว ให้เปลี่ยนจากยกขาตรงๆ เป็นเอียงซ้ายบ้าง ขวาบ้าง แต่เท้าห้ามแตะพื้น

*ไม่มีรูปประกอบ ขี้เกียจวาด - -"