Karate

เพิ่งเคยไปพิษณุโลกครั้งแรก ตื่นเต้นดี ทางเทิงไม่รู้จักเลย ... ขี้เกียจเล่า - -"


เอาเป็นว่าไปดูสนามแข่งกีฬาแห่งชาติครั้งนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี สาวพิษณุโลกน่ารัก ><

แอบไปดูหนังที่บิ๊กซีด้วย เพราะกลับดึกเลย มีเวลาว่างห้าหก ชม. หนังรอบบ่ายสอง ทั้งโรงคราคร่ำไปด้วยเด็กมัดยม กรี๊ดกร๊าดกันทั้งเรื่อง - -"



Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket


กลับจากพิษณุโลกถึงบ้านตีหนึ่งกว่า เก็บเสื้อผ้าชุดคาราเต้ เตรียมตัวไปค่ายวันรุ่งขึ้น ที่ รร.ยอแซป ตรงสวนสามพราน คราวนี้เด็ก รร.ญี่ปุ่นไปกันเยอะแฮะ รวมๆ ทั้งหมดร้อยยี่สิบกว่าคนได้ เป็นเด็กญี่ปุ่น 27 คนที่เหลือก็คละๆ กับตามมหาวิทยาลัยต่างๆ วันอาทิตย์ตอนบ่ายเป็นการสอบสาย ทีแรกก็ยืนๆ ดูคนสอบสายกัน แล้วมีรุ่นพี่คนนึงเรียกไปคุย บอกว่า อ.สั่งให้สอบสาย เพื่อขึ้นสายดำ 2nd dan ...ให้รีบไปซ้อมซะตอนนี้

ก็ตกใจ ..เวรละกุ ไม่ได้เตรียมตัวมาสักเท่าไหร่ มีคนมาลงสอบเพิ่มเป็นสี่คนทั้ังหมด

สอบทั้งหมดสี่หมวด คือเบสิค, ท่ารำ, ต่อสู้, ความหมายท่ารำ

ไอ่อันสุดท้ายนี่แหละที่ไม่ได้เตรียมไว้ ทางอาจารย์เลยให้เวลาคืนนึงไปซ้อมมา


ตืนวันอาทิตย์ซ้อมท่าความหมายท่ารำทั้งคืน พอเช้าวันจันทร์อาจารย์ก็ให้เปลี่ยนเป็นอีกท่า เวรรรรรรละ มีเวลาอีก ชม.ครึ่ง

เวลากดดันนี่ จำอะไรๆ ได้ดีจริงๆ ..แม่นเป๊ะๆ เลย


แล้วก็ผ่านไปได้ด้วยดี แต่ไม่รู้ผ่านไหมตอนนั้น เขายังไม่ประกาศ


โน่น มาประกาศตอนกะลังจะกลับ แต่ประกาศแค่พวกสายดำเท่านั้น คือคนสอบขึ้นสายดำ 1st dan ทั้งหมดสิบกว่าคน ผ่านสองคน
สอบขึ้นสายดำ 2nd dan ทั้งหมดสี่คน ผ่านสองคน (ผ่านกะเขาด้วยนะ >,.<)
สอบขึ้นสายดำ 3rd dan ทั้งหมด 3 คน ผ่านหมด
สอบขึ้น 4th dan ทั้งหมด สองคน ผ่านหมด



รอดไปปปป แต่ก็น่วมๆ ปวดเมื่อยเนื้อตัวไปหมด




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ส่วนหนึ่งของผู้เข้าค่าย





Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
เซนเซของเรา เซนเซซาดาฮิโร่




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
อันนี้ถ่ายตอนประกาศผลสอบแล้ว




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
เอ่อ...




Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket
ถ่ายกะพี่ที่เทพศิรินทร์ คนนี้ก็เพิ่งสอบผ่านสายดำระดับสี่





Photo Sharing and Video Hosting at Photobucket



ค่ายปีนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ปีหน้าเจอกานนนนนน ..โอ๊ทส์์์สสสสสสสส!!

เริ่มเขียน 2005 ปีนี้ 2007 สองปี กับ 44 เอนทรี่ ตกเดือนละประมาณ2 เอนทรี่ ฮ๋าๆๆๆ ขยันจริงกรู

มีคนถามมาว่าจะเล่นคาราเต้ไปถึงเมื่อไหร่ โอ้ว ...ตอบยาก ก็เล่นไปเรื่อยๆ คือมันเหมือนสิ่งที่ต้องทำไปแล้ว เหมือนกินข้าว เหมือนอาบน้ำ

อัพไปเรื่อยๆ นะ ไม่มีประเด็น

วันก่อนได้คุยกับ อ.ไสว ว่าเวลาออกหมัดควรจะให้แขนเป็นลักษณะไหน เพราะบางคนก็บอกว่าออกหมัดสุดหมัด บางคนก็บอกว่าให้งอนิดนึง อ.ไสวบอกว่าให้ออกให้เป็นธรรมชาติ เพราะวิชาพวกนี้มันมาจากธรรมชาติ คนเราไปฝืนมันเองว่าต้องออกแบบนี้แบบนั้น ...อ่า จริงด้วยครับ

เริ่มฝึกไท้เก๊กเฉินกับตี๋ได้สองวัน แปลกดี มันไม่เหมือนคาตะในคาราเต้เลย รำไท้เก๊กนี่ ให้ความรู้สึกอีกแบบ ยากก็ยากนะ แต่ชอบจะหัดรำไปเรื่อยๆ ตอนนี้คงได้แต่ท่วงท่า พวกเคล็ดลับอะไรต่างๆ คงยังไม่ได้ เอาวะ แค่ท่าก็พอก่อน แค่นี้ก็ลำบากละ

ปีนี้เป็นปีที่มีการแข่งคาราเต้มากแทบจะทุกเดือน แถมมีแต่แมทซ์ใหญ่ๆ

มีนาคม - All Gojukai
เมษายน - คาราเต้อุดมศึกษา
พฤษภาคม - Thailand Championship มีมาจากหลายประเทศเลย อันนี้ล่ะปวดหัว
แล้วก็มีแมทซ์ใหญ๋สุดคือ ซีเกมส์ เดือนธันวา ยิ่งปวดดดดดดดดดดหัวววววววววใหญ่

ตอนนี้พยายามดันให้มีการสอบสายของ TKF (Thailand Karate Federation) คืออย่างนี้ ในเมืองไทยมีคาราเต้สองสไตล์ คือ โกจูริว กับ โชโตคัน พอไปแข่งในนามประเทศไทย มันก็ดันเป็นสายของแต่ละสำนัก แต่ไม่มีวุฒิสายของสมาคมแห่งประเทศไทย ในขณะที่ต่างประเทศเขาก็ทำกัน ก็เลยจะจัดการสอบสายแบบกลางๆ ขึ้น กำลังร่างกฏอยู่ว่าควรจะเป็นอย่างไร หลักๆ คือ มอบสายให้กับเซนเซในประเทศไทยก่อน คือ เซนเซ มูราคามิ, เซนเซ ซาดาฮิโร่, เซนเซ โอมูระ เสร็จแล้วเซนเซทั้งสามท่านก็ร่างกฏระเบียบการสอบขึ้นมาอีกที

แต่ตอนนี้ยังไม่มีการดำเนินการต่อ พอดียุ่งกับการแข่งที่ภูเก็ต ไทยแลนด์แชมเปี้ยนชิฟน่ะ กลัวไม่มีชาติไหนส่งแข่งน่ะสิ


จริงๆ จะมีภาคแรกภาคสองไปทำไมไม่รู้ เหมือนโดนบังคับเขียนเลย

ชีวิตคาราเต้ผมเริ่มต้นเมื่อตอนม.1 ที่เทพศิรินทร์ครับ เหมือนจุดผันแปรชีวิตเลยก็ว่าได้ ปกติเย็นๆ ผมจะเตะบอล ตามประสาเด็กเทพฯ ทั่วๆ ไป แต่พอได้รู้จักกับคาราเต้แล้ว ตกเย็นทีไรก็ซ้อมคาราเต้ทุกที เป็นแบบนี้จนจบ ม.6 เลย

จากการได้รู้จักกับคาราเต้ มันพาผมไปสู๋โลกแห่งนิยายจีนกำลังภายในครับ คือมันเริ่มมาจากคาราเต้เนี่ยจะเกี่ยวข้องกับ Zen ผมก็เลยหาหนังสือเกี่ยวกับ Zen อ่านแล้วรู้สึกชอบขึ้นมาทันที

จากเซ็น ก็ไปสู่การอ่านปรัชญาต่างๆ แต่ตอนนั้นจะเป็นของตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ เช่น เว่ยหล่าง เต๋าเต๋อจิง เป็นต้น แล้วก็เลยนำพาไปสู่ยุทธจักรจีนกำลังภายใน

แน่นอนครับ เล่มแรกเลยที่อ่านหนีไม่พ้นนิยายของโกวเล้ง จำได้แม่นเลย "เดชขนนกยูง" นิยายสู้กันทั้งเรื่อง ตอนจบ ทิ้งท้ายไว้ว่า อาวุธที่ร้ายแรงที่สุดในโลกคือ รอยยิ้มของหญิงสะคราญ ...โอ้ว !! คำมันแทงใจจริงๆ ผมเลยติดใจโกวเล้งนับตั้งแต่วันนั้น ผมไล่ตามอ่านของโกวเล้งเรียกได้ว่าแทบจะหมดทุกเรื่อง

หลังจากนั้นผมก็ลองอ่านกิมย้งครับ ยอมรับครับว่าตกใจกับนิยายของกิมย้ง มิติแตกต่างกับของโกวเล้งโดยสิ้นเชิง กิมย้งจะดูเป็นธรรมชาติกว่า สนุกและน่าติดตาม มีหลากหลายอารมณ์ ผมชอบเรื่อง กระบี่เย้ยยุทธจักรมากๆ ๆๆๆๆๆ เหมาะกับสังคมสมัยนี้ดีด้วย

พออ่านมากๆ เข้า เอ...เหมือนตัวเองเป็นจอมยุทธ์เลยแฮะ ทั้งคาราเต้ที่สั่งสอนเรืองโด และเรื่องจิตใจ ทั้งนิยายจีนกำลังภายใน ทั้งปรัชญาแนวคิดต่างๆ มันทำให้เราไม่กล้าทำเลวครับ ทำให้ผมค่อนข้างยึดถือคุณธรรมน้ำมิตร และความถูกต้องดีงาม

โด แปลว่า คุณธรรม วิถีทาง เป็นคำเดียวกับคำว่า เต๋า ของจีน เต๋านั้นมุ่งเข้าหาธรรมชาติ คาราเต้เองก็เฉกเช่นเดียวกัน ผมถามคนที่ซ้อมเสมอๆ ว่าเวลาสู้รู้สึกว่าตัวเองตัวใหญ่หรือตัวเองตัวเล็ก เมื่อไหร่ก็ตามที่เราสู้แล้วรู้สึกว่าปลอดโปร่ง สบาย เมื่อนั้นผมว่าเขาถึงวิถีแล้วล่ะครับ

แต่ถ้าถามผม ผมว่าผมตัวเล็กนะเมื่อเทียบกับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่

ทุกวันนี้ไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของคนฝึกคาราเต้ มาฝึกกันเพื่ออะไร ผมอยากเอาชนะตัวเองนะครับ มีหลายอย่างที่เรารู้สึกไม่กล้า ท้อ หรือแม้แต่กลัว การสอบสายแต่ละครั้งก็เหมือนการพิสูจน์ อย่าว่าแต่การสอบสายเลย แม้แต่ตอนซ้อมก็เหมือนกัน เหมือนเราพิสูจน์ตัวเองตลอดเวลา เหนื่อย..ท้อ..อยากพัก.. เอาชนะตัวเองให้ได้

ผมรู้สึกขอบคุณที่ได้มีโอกาสฝึกศิลปะการต่อสู้ ได้อ่านนิยายดีดี ได้อ่านปรัชญาต่างๆ (การอ่านเหล่านี้นำพาผมไปสู่โลกของหนังสืออื่นๆ ด้วย)

ต้องขอบคุณสิ่งทีผ่านมาในวัยเด็กของผมมากๆ ไว้ ณ ที่นี้ ^0^